วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

#2 สิงคโปร์

สิงคโปร์
          สิงคโปร์เป็นประเทศแรกที่เราได้มีโอกาสก้าวเข้าไป ที่เรียกว่า “ไปเที่ยวต่างประเทศ” นั่นแหละ โอกาสแรกที่ได้ไปเหยียบสิงคโปร์ เพราะบริษัทที่เราทำงานอยู่จัดให้ไปประจำปี – ครั้งนี้ไปด้วยความตื่นเต้น ท้าทาย ดีใจ ทุกอารมณ์ที่บ่งบอกถึงคำว่า “ครั้งแรก” และเชื่อว่าอีกหลายๆ คน ก็ยังหาโอกาสแรกกับการก้าวออกนอกกรอบกันอยู่ อยากแนะนำประเทศนี้คะ เพราะเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูง และสะอาด ใกล้ประเทศเรา เดินทางสะดวกสบายมาก ขอแนะนำให้เป็นประเทศแรกของใครหลายๆ คน
         การเดินทางพร้อมกับบริษัทครั้งนี้ เป็นการไปทริปกับคนเป็นจำนวนมาก (50 คน โดยประมาณ) และไปกับทัวร์ พอรู้วันไปที่แน่ชัด เราก็ไปทำพาสปอร์ตก่อนเลยคะ การทำพาสปอร์ตใช้เวลาสั้นมาก รวดเร็วทันใจ ถึงแม้คิวจะเยอะแต่การบริการรวดเร็วจริงๆ ต้องขอยกนิ้วโป้งเลย
         เสร็จสรรพ รับพาสปอร์ตทางไปรษณีย์ ส่งเอกสารให้ทัวร์ตามที่ขอมา เราเตรียมตัวเดินทางกันเลย
Goooooooooooooo
       เครื่องพร้อมขับคะ เราไป 3 วัน 2 คืน เดินทางในเดือน มี.ค. ’58 ปลายๆ เดือนคะ การเดินทางเราออกเดินทางกันโคตรเช้าเลย เจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 6.00 น. (นอนหลับไปนิดเดียว ด้วยความตื่นเต้น) ครั้งนี้เราไปแบบราชินีเลย เดินทางกับสายการบินไทยคะ นุ่มมว๊าก และบริการดีจริงๆ คะ
          การเดินทางใช้เวลาประมาณ 2 ชม. เดินทาง 8.00-10.00 (11.00 เวลาสิงคโปร์ เร็วกว่าไทย 1 ชม.) แต่เครื่องดีเลย์ทำให้ไปถึงสายหน่อย บวกกับโดนกักตัว 1 คน เนื่องจากพกบุหรี่เกินกำหนดที่เขากำหนดไว้สำหรับเข้าประเทศสิงคโปร์ เลยเลทไปเยอะเลย (ณ จุดนี้แนะนำว่าอ่านกฏการนำของเข้าประเทศของเขาให้ดี)
เพิ่มเติม สำหรับใครที่เป็นประสบการณ์ครั้งแรก ช่องขาออกหลังจากรับกระเป๋าจะมี 2 ช่อง ช่องเขียวกับช่องแดง แนะนำว่าถ้ามั่นใจว่าในกระเป๋าไม่มีของต้องห้ามผ่านช่องเขียวไปเลยคะ ไม่ต้องไปสแกนกระเป๋าที่ช่องแดง เพราะถ้าหากถูกจับได้ว่าในกระเป๋าของเพื่อนๆ มีของต้องห้าม ของต้องสำแดง จะถูกปรับหูฉีกเลยคะ ทางที่ดีอะไรเขาไม่ให้เอาเข้าประเทศเขาก็อย่าพกไปคะ รวมถึงประเทศอื่นๆ ด้วยคะ
และเนื่องจากเหตุข้างต้น บางคนในทริปเราถูกกักตัวที่ช่องแดง เพราะสเล่อไปสแกนกระเป๋านั้น ทำให้เวลาก็ล่วงเลยมาเที่ยงกว่า
**********************************************************************
และแล้วการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น การเดินทางตลอดทริปเราใช้รถบัสตลอดคะ มีไกด์คนท้องถิ่นอธิบายทุกสิ่งอย่าง แม้แต่เรื่องเล็กๆ ให้เราฟัง เป็นความรู้มาก เพราะหลายๆ เรื่องที่ไกด์บอกเราไม่เคยอ่านเจอหรือรู้มาก่อนเลย) พอขึ้นรถปั๊บก็ชมเมืองก่อนเลย ไกด์ที่เป็นชาวสิงคโปร์แต่พูดไทยได้เขาก็จะอธิบายสิ่งต่างๆ 2 ข้างทางให้เราฟังคะ
        เมืองเขาสะอาดมากคะ เจอขยะบ้างก็จริง แต่ไม่เจอในถนนสายหลักเลย ส่วนใหญ่จะเป็นตามซอกซอยเล็กๆ และห้องน้ำบางทีก็ไม่ได้สะอ๊าดดดขนานนั้น เพราะที่สิงคโปร์จะมีคนแขกและคนจีนเยอะมาก เพื่อนๆ ก็คงทราบถึงนิสัยดี
        กองทัพต้องเดินด้วยท้อง และเวลาที่ล่วงเลยอาหารกลางวันมาสักพัก(ใหญ่) ทำให้เราหิวมากๆๆๆๆ ไกด์พาเราไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งก่อนที่เราจะเดินทางกันต่อ อาหารมื้อนี้คล้ายๆ อาหารจีน แต่มีเมนูที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนสิงคโปร์ “ข้าวมันไก่สิงคโปร์” นั่นเอง เรากินอาหารกันคล้ายๆ โต๊ะจีน พนักงานบริการก็เหมือนคนจีน ร้านอาหารถือว่าโอเค แต่ห้องน้ำใช้ไม่ได้เลย สกปรกมาก... ต้องทำใจหน่อยนะ ถ้าใครต้องเขาร้านอาหารจีนที่นี่ --^
เพิ่มเติม บนโต๊ะอาหารเขาจะไม่มีกระดาษเช็ดชูให้นะคะ จะมีแต่ผ้าเย็นให้แค่พื้นเดียว เวลากินถ้าใช้มือกินพวกไก่หรือกระดูกหมู มือเปอระ คือเปอระไปคะ แล้วค่อยใช้ผ้าเย็น(แผ่นเดียว)ที่เขาให้มาแต่แรก เช็ดมือเช็ดปากตอนสุดท้าย ใครจะเตรียมไปเพิ่มก็เตรียมคะ ที่นี่เขาจะประหยัดทิชชู่มากๆ เลย
       หลังจากอิ่มหน่ำสำราญกับอาหารกับมือเละเทะ กลิ่นติดถึงเย็นเลยคะ ถึงแม้จะล้างสบู่แล้วก็เถอะ บ่นนนๆๆ
----เริ่มเที่ยว
สถานที่แรกที่ไกด์พาเราไป คือ Suntec city



เป็นกลุ่มตึกสูงๆ ที่มีตึกนึงที่ชั้นใต้ดินมีน้ำพุเล็กๆ อยู่ อันนี้เขาเรียก Fountain of Wealth (น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง) เชื่อกันว่าถ้าใครมาสัมผัสน้ำพุแห่งนี้ครบ 7 ครั้ง จะมั่งคั่งสมชื่อน้ำพุคะ วิธีการสัมผัสน้ำพุ คือ เดินรอบน้ำพุไปทางซ้าย (ถ้าหันหน้าเข้าน้ำพุนะ) 3 รอบ ใครอยากสมหวัง มั่งคั่ง คงต้องไปกัน 7 รอบ หรือไม่ก็อยู่ 7 วัน เดินมันทุกวันเล่อออ ส่วนในช่วงเย็นๆ จะมีการแสดงแสงสีของน้ำพุคะ ถ้าอยากดูก็ต้องไปประมาณทุ่ม 2 ทุ่ม เพราะเขาจะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเขาไปเดินวนรอบน้ำพุแล้ว ถ้าจะดูเราดูกันบนชั้น 1 ด้านนอกตัวตึกคะ
มาสิงคโปร์ก็ต้องไปหาสัญลักษณ์ของประเทศสิคะ เดินทางมาถึง Merlion สัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์




รูปปั้นนี้มี 3 จุดด้วยกันคะ อยู่ฝั่งสิงคโปร์ 2 ตัว ใกล้ๆ กัน ส่วนอีกตัวอยู่ฝั่ง Sentosa สิงโตพ่นน้ำที่มีลำตัวคล้ายเกร็ดปลา พ่นน้ำซะชุ่มช่ำกันไปหมดคะ รวมทั้งเราเองด้วย ผมนี้เฮอะ ไม่รู้จะทรงไหนดี ทริปนี้เรามีโอกาสเยี่ยมเจ้าสิงโตพ่นน้ำแค่ฝั่งสิงคโปร์คะ
เสร็จจากไปเยี่ยมสิงโตพ่นน้ำ เวลาที่ไกด์ให้อยู่ที่ตรงนี้ชั่วโมงนึงก็เยอะมาก เพราะร้อนมาก!!!!!!
ที่เที่ยวสุดท้ายของวันนี้ก่อนที่เราจะไปที่โรงแรมกัน คือ วัด ที่อยู่แถวๆ china town แต่เราจำชื่อวัดไม่ได้ (ต้องขออภัยอย่างสูงๆๆๆๆๆ ... ใครรู้ช่วยบอกที)






วัดนี้มีหลายชั้นมาก ถ้านุ่งสั้นเขาจะมีผ้าถุงให้นุ่งคะ ชั้นบนจะเป็นเหมือนสวนและก็มีระฆังไฮเทคด้วย
ในวัดจะมีชั้นที่เป็นประวัติต่างๆ ของเก่าต่างๆ ให้ชมคะ

เที่ยววัดเสร็จก็เดินไชน่าทาวน์ต่อคะ Food street เปิดช่วงเย็นๆ ช่วงที่ไปก็ประมาณ 3-4 โมงเย็น เขาก็เริ่มๆ จัดร้านกันแล้ว

เนื่องจากเราจะไม่ได้มาไชน่าทาวน์อีก เลยรีบซื้อของฝากก่อนเลย ของถูกมากคะ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นของธรรมดาๆ พวกพวงกุญแจ กระเป๋า ของที่ออกแนวจีนๆ แต่มีจ้าวสิงโตเป็นสัญลักษณ์บนของที่ระลึกเป็นอันจบ เดินเลือกของหาของไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ เลยได้พวงกุญแจกับที่ติดตู้เย็นเป็นที่ระลึกคะ
      6 โมงเย็น ก็ได้เวลาอาหารค่ำ เราไปห้องอาหารเพื่อพบเพื่อนร่วมงานที่มารอบแรก (เรามารอบสองคะ ทั้งสองรอบห่างกันแค่ 1 วัน) และดินเนอร์อาหารจีน(ที่ไม่อร่อย) ไม่ถูกปากกับอาหารจีนจริงๆ คะ ใช้เวลาให้การมาจอยกันถึงสองทุ่ม อยากบอกว่าตอนเนี่ยเหนื่อยโคตรรรร
         
          ถึงเวลาพักแล้วคร้าาาา เดินทางสู่โรงแรมย่านไฮโซ orchard เข้าโรงแรมก็ดึกแล้ว เหนื่อยโคตร แต่แบบโรงแรม 4 ดาวคะ ที่ได้เข้าพักในครั้งนี้ โอ้ววว อารมณ์แบบก็สวยดีนะ แต่เหมือนกัน 5 ดาวบ้านเราเลย บรรยากาศภายในห้องพักและรอบๆ โรงแรมมาฝากคะ
          ที่พักอยู่ย่านคนมีกะตังค์ 555 ห้อมล้อมไปด้วยห้างฯ ห้างฯ ห้างฯ มองไปทางไหนก็เจอแต่ห้างฯ เราถึงโรงแรมก็สองทุ่มครึ่งแล้ว เพื่อนๆ ใครอยากช็อปก็ช็อปคะ แต่ขาที่เดินมาทั้งวันบอกว่าขอนอน เราเลยเลือกที่จะนอนดีฟ่า zzzZZZZ


...........เช้าวันต่อมา...........
ตื่นเช้าก็เตรียมตัวไป Sentosa ไป Universal Studio !!!!
Morning call 7 โมงเช้า อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ลงมาทานอาหารที่ห้องอาหาร ถ่ายภาพเล็กน้อย
ปล. ส่วนใหญ่ภาพที่เราถ่ายจะเป็นภาพเพื่อนร่วมงานซะเป็นส่วนใหญ่ ยังไม่ขออนุญาตใครเลยไม่กล้าเอามาลงคะ ดูรูปเราไปแล้วกัน ทริปนี้เลยรูปน้อยมากๆ คะ
อาหารเช้าเสร็จก็ถ่ายวิวสระว่ายน้ำมาให้ดูคะ เดินย่อยรอบโรงแรง หลงบ้าง 555

8 โมง ล้อหมุน
เราก็มารอที่ล็อบบี้ และไม่นานก็ออกเดินทาง
ถึงแล้วววว Sentosa ถึงแล้วววว Universal Studiooooo

           อลังการคะ น่าเที่ยวมว๊ากก ถ่ายรูปซะเต็มที่เลย แต่ก่อนที่จะได้เข้าไป Universal Studio เราไปโลกใต้น้ำกันก่อน S.E.A. Aquarium เดินดูปลาๆๆ โดมกระจกบานยักษ์ สวยคะ เหมือนอยู่ใต้ทะเลกับปลากระเบนเลย อิอิอิอิ

 

พอเดินขาลากในโลกใต้น้ำ ก็ไปต่อกันกับเครื่องเล่นอลังการที่ Universal Studio ทัวร์ครั้งนี้เราใช้บัตรเข้า Universal Studio แบบไม่ต้องต่อคิว อยากเล่นอะไรแซงเลย มาแบบรถด่วนไม่จอดตามป้าย 5555+ เล่นไปหลายอย่าง แต่ที่ปลื้มมากๆ “Transformer จร้า กรี๊ดไปแปดหลอด กับรถไฟอีกอย่าง เข้าไปห้องมืดๆ เร็วเฟ้อออกมาหัวตั้งเล่อออ มีเครื่องเล่นมากมายเลยคะ หลายแนว เพื่อนๆ สนใจทดลองก็ลองดูนะคะ เป็นไปได้เล่นให้หมดเลยคะ แต่เราเล่นไม่หมดหลอก เราไปต่อที่ casino ไม่ได้เล่นนะ แต่อยากรู้ว่าข้างในมันจะเหมือนในหนังไหม เข้าไปแบบกว้างเวอร์ มีทุกอย่างที่เป็นการพนัน สนใจสล็อตมากๆ เล่นไม่เป็นหรอก ไปยื่นดูป้าคนหนึ่งเล่น เฮ้ย! ป้าแกกดอยู่ปุ่มสองปุ่ม เงินจร้า มาเป็นตั๋วเงินต้องไปเบิกที่แคชเชียร์ 100 USD นี่เท่าไหร่ โฮ้..ป้าทำได้ เราก็ทำได้ 555 ขั้นต่ำ 10 USD อยู่กับเพื่อนร่วมงานอีก 4 คน หารคะ คนละ 2 USD กดสล็อต กดไปกดมา ไม่รู้เมื่อไรคือได้ เมื่อไรคือเสีย สรุปก็เลยเสีย 10 USD นั่นแหละ 555
          สำหรับอาหารกลางวันเราได้เงินคนละ 10 USD เป็นค่าอาหาร อยากกินไรก็ซื้อกันคะ เงินไม่พอก็ออกเอง เราเลือกกินก๋วยเตี๋ยวแกงคะ เหมือนใส่กะทิในน้ำก๋วยเตี๋ยวแบบต้มยำ แต่ไม่เผ็ดเลย สรุป ไม่อร่อย เลี้ยนๆ
ใช้เวลาอยู่ที่ Sentosa จนบ่ายสองกว่าๆ ก็ออกมารอเวลานัดไกด์ ฝนเกิดตกคะ ฝนที่สิงคโปร์เหมือนฝนไล่ช้างคะ ตกแรงๆ แต่แป๊บเดียวก็หยุด อารมณ์ ณ ตอนนี้ บอกได้คำเดียวว่า “เหนื่อยมาก” ร้อนและเหงื่อท่วมตัวไปหมดเลย
ออกจาก Sentosa เราไปรับประทานอาหารเย็นร้านหัวมุมถนน ที่คนเยอะมากๆ กับอาหารที่ขึ้นชื่อของสิงคโปร์อีกอย่างหนึ่ง คือ Bukkute (เขียนถูกป่าวหว่า...แต่อ่านว่า บัคกุดเต่) คล้ายๆ ซุปกระดูกหมูที่เผ็ดร้อนไปด้วยพริกไทย ตอนนี้ร้านนี้มีในไทยด้วยนะคะ ซุปกระดูกหมูบัคกุดเต่ของเขาเผ็ดร้อนจริงๆ แต่อาหารทุกจานก็เหมือนจะติดแนวจีนๆ หน่อย คือ น้ำมันเยอะมาเลยล่ะ
เสร็จจากอาหารเย็นก็เตรียมพร้อมไปชมบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์ นั่งเรือชมเมืองว่างั้น ในเรือนี้เขาจะมีบันทึกคำบรรยายหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย บรรยากาศยามเย็นดูสงบมากคะ และแสงสีก็กำลังพากันออกมาโชว์ความสวยงามยามค่ำคืน ซึ่งไม่มีภาพบรรยากาศมาให้ชมกันเลย แบตกล้องหมดตอนขึ้นเรือพอดี รู้สึกกล้องเราทำร้ายจิตใจเรามาก คว้าโทรศัพท์มาถ่ายแทนก็ได้ไม่กี่รูปคะ แฮะๆ ฮือๆ

          ชมเมืองสองฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์เป็นโปรแกรมสุดท้ายของวันนี้ เสร็จแล้วก็ไปรับประทานอาหารที่ไกด์จัดเตรียมไว้ให้ แล้วก็กลับที่พักคะ จะบอกเป็นวันที่เหนื่อยมากกกกกกก ขาล้าไปหมด แต่เราก็ยังไม่หมดความพยายามคะ หลังจากลงรถทัวร์ปุ๊บ ก็ขึ้นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปช็อปปิ้งกันต่อ โล้ดดดดด .... สำหรับผู้หญิงหลายๆ คน คงพลาดไม่ได้กับสินค้าแบรนด์ Charles and Keith ที่ถูกและคุ้มมากๆ เพราะลดราคาจากบ้านเราครึ่งต่อครึ่ง เราก็ช็อปกันสบายใจเลย เพราะเงินที่เตรียมมาจ่ายแค่ของส่วนตัวเท่านั้น ที่เหลือไม่ต้องเสีย ได้มาหลายใบคะ อ๋อ!! อีกอย่างที่ขึ้นชื่อ “กาเล็ต ป๊อบคอร์น” เพื่อนๆ ลองชิมแบบต้นตำรับกันเลยคะ แล้วจะติดใจ อร่อยกว่าป๊อบคอร์นที่โรงหนังเยอะ...
--- จบวันด้วยนอนสลบเป็นตาย ---
วันสุดท้าย
วันนี้เราต้องเดินทางกลับกันแล้ว หลังจากตื่น เก็บข้าวของเสร็จ ก็เตรียมตัวเดินทางกันต่อ ก่อนบินกลับไทยช่วงเย็นๆ
สถานที่แรกที่มา คือ Garden by the Bay จะบอกว่าช่วงกลางวันธรรมดามากเลยคะ ดูแล้วเหมือนไม้เลื่อยตามเหล็กที่รูปทรงเหมือนต้นไม้ แต่ยื่นอยู่ข้างบนนี่เสียวมาก เพราะทางเดินมันส่ายไปส่ายมา เสียวววววว ... แต่เพื่อนๆ ใครอยากเห็นต้นไม้ + สี เสียง แสง ให้ไปตอนพระอาทิตย์ตกดินค่ะ จะเป็นการแสดงสีเสียงที่อลังการมาก





จบจาก Garden by the Bay ไปชมวิวมุมสูงที่ Marina Bay Sands ค่าตั๋วแพงมาก ถ้ามาเองเอื้อมราคาไม่ถึงแน่ แต่งานนี้ฟรีคะ ลิฟต์ขึ้นไปชั้นไหนจำไม่ได้ แต่หูอื้อมาก ออกมาก็เจอวิวสวยๆ ของทั้งเกาะสิงคโปร์ มองออกไปเห็นทะเล เป็นบรรยากาศที่ฟินจริงๆ ที่เราเห็นวิวกันอยู่นี้เป็นฝั่งหัวเรือนะคะ เพราะฝั่งตัวเรือถึงท้ายเรือเข้าไม่ได้ สำหรับผู้ที่พักที่โรงแรมนี้เท่านั้น







ชมวิวอยู่ซักพัก (ตัวจะดำและ อยู่ใกล้พระอาทิตย์เกิน) ก็ลงมาช็อปปิ้งต่อ เมื่อวานช็อปไปไม่มันส์ ได้ของยังไม่ครบ ก็จัดเพิ่มคะ ต้องกลับวันนี้ อยากซื้ออะไรรีบซื้อเลย แฮะๆๆๆ
ใกล้ได้เวลากลับบ้านเราแล้วคะ จบทริปนี้ด้วยอาหารกลางวันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ขอพูดถึง (เพราะไม่อร่อย)
                ถึงสนามบิน ก่อนที่จะทำอะไรทุกสิ่งอย่าง ไปทำ Tax Refund กันก่อน สำหรับใครที่ไม่ทราบกฎการขอ Tax Refund นะคะ กิ๊กได้อธิบายด้านล่างนี้คะ
vvvvvv
                ตอนที่เราซื้อของ เราต้องซื้อของในร้านให้เท่ากับ หรือเกิน 100 USD คะ แล้วแจ้งทางร้านที่เราซื้อว่าจะทำ Tax Refund เขาจะออกใบเสร็จสำหรับทำ Tax Refund ให้ จะบอกรายละเอียดด้วยว่าเราจะได้คืนเท่าไหร่ในใบเสร็จนั้น จากนั้น พอเรามาสนามบิน ก่อนที่จะบินออกนอกประเทศเขา ก็ไปที่จุดขอคืน Tax คะ โดยจะมีเป็นตู้อัตโนมัติให้เรา หรือรับบริการจากพนักงานก็ได้ แต่ทำตู้อัตโนมัติก็ง่ายมากเลยคะ เพราะมีเมนูภาษาไทยให้ด้วย พอทำเสร็จจะมีเอกสารคล้ายๆ ใบเสร็จมาให้เรา เราก็ไปที่เคาน์เตอร์เพื่อขอเงินคืน โดยสามารถขอคืนเป็นเงินสด หรือโอนเข้าบัญชีได้ (แนะนำให้ขอเป็นเงินสดคะ จะได้ไม่ต้องเสี่ยงค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน และบลาๆๆๆ)
                ทริปนี้สิ้นสุดโดยการเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพคะ เหนื่อย สนุก ประสบการณ์ครั้งแรก คะ
                ขอให้เพื่อนๆ ที่วางแพลนจะออกผจญภัยที่ใดก็แล้วแต่ มีความสุข สนุก และได้รับประสบการณ์ดีๆ เช่นกันคะ
.........................................................................
               

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น